เตรียมตัวตกสัมภาษณ์ได้เลย ถ้าคุณยังสัมภาษณ์แบบผักชีโรยหน้า

ตั้งแต่ทำรีครูทมาและผันมาควบทำงานเป็นที่ปรึกษาเรื่องอาชีพ และช่วยพี่ๆน้องๆหางานอย่างจริงจัง ตอนนี้ก็ 5 ปีกว่าแล้วที่ทำบริษัท Career Consulting มาและเจอแคนดิเดทมาก็นับไม่ถ้วนทั้งแบบ 1 ต่อ 1 และ workshop และสัมมนา ผมมีข้อสังเกตว่าแคนดิเดทพี่น้องชาวไทยยังติดกับการตอบคำถามแบบผักชีโรยหน้าอยู่เลย คือจำมาตอบ เตรียมคำตอบที่เฟรมมาดูดีย์ (เค้าคิดว่าดีไปเอง) หรือไปอ่านมาว่าคำตอบแบบนี้ควรตอบแบบนี้ ควรใช้คำพูดนี้ จะดู  Positive ดีนะ ซึ่งสำหรับผมและเชื่อว่าทุกๆ Recruiter, HR managers, and Hiring manager ฟังแล้วก็รู้ครับว่า “ปลอม” และไม่คอนวิ้นซ์จริงๆว่าแคนดิเดทคนนั้นคือคนที่ใช่

ทำไมน่ะหรือ?  ก็เพราะมันฟังแล้วฟังไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มีจุดเด่น หรือบางรายที่เตรียมมาดีเกิน เหมือนอ่าน หรือท่องเป็นเหมือนหุ่นยนต์พูดได้ และเนื่องจากหลายๆแคนดิเดทก็ตอบคล้ายๆกันไปหมด ไม่เวิร์ค

การเตรียมไปสัมภาษณ์ที่ดี ไม่ควรเตรียมแบบผักชีโรยหน้าครับ ลองนึกเอานะครับ คือถ้าเป็นอาหารที่หน้าตาน่ากิน ดีแต่รูป แต่พอไปกินจริงๆรสชาติห่วย  กินแล้วเฉยๆ เราก็ไม่อยากกินอีก หรือสั่งเพิ่ม แต่ถ้าหน้าตาอาหารไม่ได้ดีมาก แต่รสชาติซูโค่ย กินแล้วอร่อยเลย ต้องกลับมากินอีก คุณภาพสำคัญกว่าใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้น แทนที่จะตอบแบบ Scripted Answers หรือคำตอบท่องจำ ให้คุณลองมาใช้อีกวิธีนึงแทน ซึ่งมีชื่อว่า เทคนิค “รากผักชี”

stem

งงปะครับ ให้ลองนึกนะครับ รากผักชี เวลาเราใช้มาทำอาหาร เราต้องเอาไปตำๆ โขลกๆ บดๆบี้ๆ ให้มันเข้ากับกะเทียม และพริกไทย แล้วมันจะแปรงร่างเป็น “สามเกลอ” เป็นเครื่องชูรสและกลิ่นอาหาร เป็นเสมือนผงชูรสโบราณของไทยครับ คนก็เอาไปทำต้ม แกง น้ำจิ้มอะไรแล้วมันจะหอมชวนทาน และแซ่บขึ้นมาหลายเบอร์อยู่ และที่สำคัญอร่อยขึ้นด้วย ถ้าเปรียบ รากผักชีเป็น การที่เราเตรียมตัวไปสัมภาษณ์ มันเหมือน เราต้องเปลี่ยน mindset หรือความคิดในหัวให้อยู่ในโหมดที่ใช่ และฝึกใช้ เทคนิคการสัมภาษณ์งานแบบจิตวิทยา (Psychological Interviewing Techniques) มาช่วยทำให้ คำตอบของเรา ตรงเป้า ตรงประเด็นขึ้น คลีนขึ้นไม่ฟุ้ง หรือเวิ่นเว้อเกิน คำตอบหนักแน่น มีที่มาที่ไป สมเหตุสมผล เล่าเรื่องได้อย่างมีอรรถรส มีความเป็นธรรมชาติ และโน้มน้าวผู้พังได้ดีขึ้น พวกเทคนิคที่ผมสอนให้แคนดิเดทเตรียมตัวสัมภาษณ์แบบ รากผักชี ก็เช่น

  • Reference – ตอบแบบมีการอ้างอิงถึงสิ่งอื่นๆ หรือคนอื่นๆเพื่อให้คำตอบเรามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
  • 3 Bullets – ตอบให้เป็น Bullet ในหัวสามอันเพื่อให้คนฟังรู้ว่าสามประเด็นที่เรากำลังพูดถึงมีอะไรบ้าง แทนที่จะตอบแบบพูดไปเรื่อยๆ ไร้ทิศทาง มันจะจับประเด็นยาก
  • Big Picture – ตอบแบบเป็นภาพรวมของเรื่อง โดยไม่ลงเนื้อหาละเอียดจนผู้อื่นฟังไม่รู้เรื่องและควรเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่ายๆและฟังแล้วเห็นภาพตามไปด้วย
  • Small Picture – ตอบแบบลงดีเทลให้ผู้อ่านเข้าใจเป็น process หรือ step by step ทำให้ผู้ฟังได้เนื้อหาละเอียดที่เป็นเนื้อๆของเรื่องจริงๆ
  • Accept…But – ยอมรับในสิ่งที่เราไม่มีจริงๆได้ แต่ต้องมี แต่ว่า…โดยเอาสิ่งที่เรามีมากล่าวถึงเพื่อลบล้างหรือชดเชยสิ่งที่เราไม่มี
  • SPARK – เทคนิคการเล่าเรื่องแบบมี Situation, Problem, Action, Result, Key message ทำให้การเล่าเรื่องมีที่มาที่ไป มีปัญหาให้ต้องแก้ แล้วแก้แล้วได้อะไรจากเรื่องนั้นๆ

และอีกมากมายที่แคนดิเดทที่ผมสอนนำไปใช้เพื่อพัฒนา communications and job interviewing skills ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด (เทคนิคเหล่านี้มีรวบรวมอยู่ในหนังสือของผม “8 มหาคำถามที่มนุษย์สมัครงานทุกคนต้องอ่าน” ครับ

สรุป

ผักชีโรยหน้า = ท่องจำมา ไม่โดดเด่น อาจเป็นเรื่องไม่จริง รู้สึกปลอม น่าเบื่อ

รากผักชี = ตอบแบบมีแบบแผนที่สมเหตุสมผล มีตรรกะทางความคิด มีทัศนคติดีและมีไหวพริบ โต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฟังดูน่าเชื่อถือ

ส่งท้ายผมอยากบอกว่า การเปลี่ยน Mindset มันเปลี่ยนทุกสิ่งจริงๆนะ เช่น Rapport, Body Language, Facial Expression และช่วยทำให้ Attitude ของเราดีขึ้น ดูมีความ Engaged และ Interested มากขึ้นด้วย อย่าท่องจำครับ มันเป็นแค่ผักชีโรยหน้าถ้าทำแบบนั้น แต่ถ้าเรามี Mindset ที่ใช่เราก็ต้องมีเทคนิคที่มาจัดระเบียบให้คำตอบของเรามัน Strong ขึ้น เด่นขึ้น ใสขึ้น ให้เราเข้าใจจริงๆว่าสิ่งทีเค้าถามเค้าต้องการอะไร และตอบโดยใช้หลักทางจิตวิทยามาตอบ มันคือ รากผักชี ที่จะทำให้คุณสัมภาษณ์ผ่านได้ง่ายขึ้น ลองฝึกดูครับ