การสัมภาษณ์งานก็เหมือนกับการไปออกเดท

เคยได้ยินคำพูดที่เค้าบอกว่า “Dating is like an interview for a job” มั้ยครับ การ Dating คือการที่คนสองคนมาเจอกันเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น สร้างความสัมพันธ์ไมตรีกันให้แนบแน่นขึ้น และสุดท้ายดูซิว่าเค้าคนนั้น “เหมาะ” มั้ยที่จะมาเป็น “แฟนเรา”

ทีนี้ เคยได้ยินคำพูดนี้มั้ยครับ “Job interview is like going on a date” ? Job Interview ก็คล้ายๆกันครับ เพียงแต่ต่าง Purpose (เป้าหมาย) กัน เราจะไปสัมภาษณ์งานให้เค้าชอบเรา เค้าตัดสินเราตั้งแต่ First Impression แรกของเราแล้วครับ เหมือนไปออกเดทเลย พวกเราทุกคนสมัยไปออกเดทจีบสาว จีบผู้ชายก็แล้วแต่ วันนั้นเราจะแต่งตัวกันจัดเต็มนึดนึง เพื่ออะไร? ก็เพราะเราอยากจะให้อีกฝ่ายเค้าชอบเราถูกมั้ยครับ? ให้เค้าประทับใจเรา นอกจากนี้ Flow (ความลื่นไหล) ของการสัมภาษณ์มันจะต้องมียิ้มแย้ม มีหัวเราะ Agree กัน พยักหน้า ดิ๊กๆ คุยกันแล้วแบบรู้สึก “คลิ๊ก” คนนี้เป็นคนที่เราอยากเอามาร่วมทีม เค้าน่าจะทำงานกับเราได้ดี Fit กับทีมเราน้าา และช่วยให้ทีมเราแข็งแกร่งขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น คือเค้าสามารถมโนภาพขึ้นมาในหัวได้เลยว่า เอ้ ถ้าพี่อ้วนหนวดคนนี้เค้ามาทำงานที่บริษัทเรา พี่เค้าจะมาทำงานแล้วแบบ เก้ๆกังๆ ไม่รู้งาน คนอื่นมองแล้ว แบบ ไออ้วนนี่มาทำไรรึเปล่า หรือว่า แบบมาแล้ว ออร่ามาเต็ม Light up the room ทุกคนรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างหมุนรอบตัวที่ออกมาจากพี่เค้า และทำให้ทีมมันมีความ Energetic มากขึ้น ผู้สัมภาษณ์เหล่านี้ก็สามารถ จินตนาการไปได้ต่างๆนานา ขึ้นอยู่กับความดราม่าของแต่ละคนนะครับ

บางท่านไปสัมภาษณ์ เตรียมท่องคำตอบมาดีมากโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ พอถึงเวลาสัมภาษณ์ มัวแต่อยากจะตอบสิ่งที่เตรียมมา Flow มันก็เลยไม่ Smooth ดูไม่ธรรมชาติ เหมือนหุ่นยนต์ เหมือนถูกบังคับ ให้ตอบ เหมือนถูกสอบสวน เหมือนมีคนกำลังบีบคอเราแล้ว บอกว่า “ตอบมาเดี๋ยวนี้!!” แบบนี้บอกได้เลยครับว่าต่อให้คำตอบตรงและดีมาก แต่บรรยากาศมันจะอึ่มครึม น่าอึดอัด และโอกาศที่จะถูกปฏิเสธมีสูงมาก ถ้า Recruiter หรือ Hiring Manager ท่านนั้นไปคุยกับผู้สมัครงานท่านอื่นๆที่เค้า “คลิ๊ก” มากกว่า

เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวที่ดีไม่ใช่แค่ให้เข้าไปตอบอย่างเดียวนะครับ เราจะต้องมองเป็นภาพใหญ่ (Big picture) และหนึ่งในปัจจัย ที่จะทำให้คุณมีโอกาสผ่านรอบต่อไปได้ก็คือ ทำให้เค้ารู้สึกเป็นกันเองกับเรา ชอบเรา คลิ๊กกับเรา ลองใช้วิธีการง่ายๆดังต่อไปนี้ครับ

ให้ความสำคัญกับ First impression การแต่งกายต้องดูเหมาะสม แสดงความ Professional ยิ้มแบบเป็นธรรมชาติ Genuine (ด้วยความจริงใจ) เท่านั้นครับ
Eye contact ตาประสานตา ช่วยให้ ใจประสานใจ หรือ ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ การพูดแบบไม่มองหน้าผู้ฟัง แสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจ และไม่ Engage (มีพลังร่วม) ในการสัมภาษณ์นั้นๆ
Call his/her name ชอบมั้ยเวลามีคนเรียกชื่อคุณ บ่อยๆ แทนที่จะเรียก you หรือ เธอ การเรียกชื่อนั้น (ชื่อจริงหรือชื่อเล่นก็ได้ครับ) เป็นเทคนิคททางจิตวิทยาง่ายๆที่เอาไว้ Break the ice และค่อยๆทำให้กำแพงขอเค้าลดลง
Posture ท่าทางการยืน การเดิน มีบุคลกภาพที่ดี ดูสง่า ราศีจับ เกาะแกะ เงาะแงะ เกาหัว เกาพุง ไม่ควรทำครับ
Gesture การใช้มือ บางคนใช้มือมากไป ทำให้ดูไขว้เขว (Distract) แทนที่จะดีกลับทำให้เสียบุคลิกครับ
ทั้งหมดที่พูดมานี้ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะเรียกว่า การ Build Rapport (การสร้างสัมพันธไมตรี) ให้เราและเค้าชอบกัน นี่คือวิธีง่ายๆที่คุณสามารถนำไปใช้ได้เลย และจะช่วยให้คุณกับ ผู้สัมภาษณ์คุยกันได้อย่างมีเคมี ที่จูนกันติดมากขึ้นครับ

note: นี่เป็นบทความเก่าที่ลุงหมีเคยเขียนเมื่อนานมาแล้ว และอาจะมีการใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษเยอะหน่อยในตอนนั้นที่ผมเขียน เพราะยังเขียนไม่เก่ง จะพยายามหาคำไทยมาใช้ทับศัพท์ให้ง่ายขึ้นในการอ่านสำหรับคนที่ไม่ชินภาษาอังกฤษนะครับ ซอรี่นะฮะ